ไขมันศัตรูตัวร้าย หรือเพื่อนที่ขาดไม่ได้

เขียนโดย Admin on . Posted in อาหาร

 วันไหนได้รับเชิญไปงานเลี้ยงหลายคนดีใจที่จะได้รับประทานอาหารพิเศษหลากหลายเอนจอยอีทติ้งไปตามๆกันแต่ก็มีไม่น้อย ที่ระมัดระวังเลือกหยิบเลือกลิ้มเฉพาะเมนูสุขภาพที่คิดว่าปราศจากไขมัน ด้วยกลัวว่าจะเสียหุ่นที่เพียรรักษาไว้รับแฟชั่นกิ๊บเก๋

      คำคุ้นเคย “กินให้ครบ 5 หมู่” สื่อถึงความต้องการสารอาหารให้ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ดังนั้น “ไขมัน”

ก็เป็นสานอาหารที่จำเป็น ไม่ใช่ ศัตรูตัวฉกาจที่จะต้องเลิกคบหรือกำจัดให้สิ้นซากไปเลย เรามาลองทบทวนบทบาทของเจ้า “ไขมัน” กันอีกทีดีกว่า

 

ไขมัน เป็นสารที่ให้พลังงานเช่นเดียวกับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ไขมันช่วยในการดูดซึม วิตามินที่ละลายเฉพาะในไขมัน ไม่ละลายในน้ำได้แก่ วิตามินเอ ดี อี และเค ให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ และไขมันยังเป็นแหล่งของกรดไขมันจำเป็น ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างผนังเซลล์ และ จำเป็นในการสังเคราะห์ สารที่สำคัญหลายชนิดในร่างกายรวมถึงการให้ ”คอเลสเตอรอล” ซึ่งขาดไม่ได้ในการสังเคราะห์โปรวิตามินดี ฮอร์โมนเพศ และน้ำดี อีกด้วย

หากขาดไขมันหรือได้รับไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายขาดวิตามินเหล่านั้น รวมถึงการทำงานของร่างกายบางจุดจะสะดุด และส่งผลที่ไม่พึงประสงค์หลายอย่าง เช่น ผิวหนังตกสะเก็ด บาดแผลหายช้า เส้นผมหยาบ จำนวนของเกล็ดเลือดลดต่ำลง

 

แต่ก็ต้องรู้จักคำว่า ”พอดี” หากร่างกายได้รับไขมันมากแน่นอนว่าจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพโรคต่างๆจะถามหาได้แก่ ภาวะไขมันในเลือดสูงโรคอ้วน ซึ่งโรคนี้จะนำเพื่อนมาเป็นขบวนไม่ว่าจะเป็น ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด นิ่วในถุงน้ำดี และข้ออักเสบ เมื่อ “ขาดกก็ไม่ได้ มากไปก็อันตราย” เลยต้องรู้ให้ลึกอีกนิด ว่าบริโภคไขมันกันอย่างไร ถึงจะสมดุลพอดี ลองมาดูข้อแนะนำง่ายๆ สัก 2 ข้อ

 
    • ประเภทของไขมัน เลือกไขมันจากพืชเป็นหลักและถ้าเป็นน้ำมันพืช ให้เลือกประเภทที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง (Monounsaturated fatty acid) ได้แก่ น้ำมันมะกอก และ น้ำมันรำข้าว เพราะกรดไขมันประเภทนี้จะช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย ( LDL-C) และช่วยเพิ่มหรือคงระดับ คอเลสเตอรอลตัวดี (HDL-C) ในร่างกาย
    • ปริมาณที่แนะนำ สำหรับคน 3 กลุ่ม ซึ่งแบ่งตามความต้องการพลังงานในแต่ละวัน คิดเฉพาะไขมันที่เป็นน้ำมันพืช ไม่รวมไขมันที่เราจะได้จากเนื้อสัตว์ นม หรือจากเมล็ดถั่วต่างๆในแต่ละมื้ออาหาร คือ
      • เด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ วันละ 4 ช้อนชา/คน/วัน
      • วัยรุ่น ผู้ชาย วันละ 5 ช้อนชา/คน/วัน
      • นักกีฬา ผู้ใช้แรงงาน วันละ 6 ช้อนชา/คน/วัน
 

แถมท้ายอีกนิด น้ำมันพืชบางประเภท ยังเป็นแหล่งที่สำคัญ ของวิตามินและสารอาหารต่างๆ เช่น น้ำมันรำข้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด ได้แก่ วิตามินอี กลุ่มโทโคฟีรอล (Tocopherol) และกลุ่มโทโคไตรอีนอล (Trocotrienol) รวมทั้ง “โอรีซานอล” (Oryzanol) สารธรรมชาติที่พบในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น ไม่พบในน้ำมันพืช

ประเภทอื่น ซึ่งนอกจากช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลตัวร้าย (LDL-C) อีกด้วย

 

รู้อย่างนี้แล้ว แทนที่จะเลิกกินไขมัน เรามาเลือกไขมันที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพกันดีกว่า

แหล่งข้อมูล

  1. "น้ำมันรำข้าว ทางเลือกเพื่อสุขภาพของคนไทย” โดย รศ.ดร.นัยนา บุญทวียุวัฒน์ และ ผศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ สนพ.โอเดียนสโตร์ พ.ศ.2545
  2. บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันรำข้าว ”คิง”
 

ม.ร.ว.พรรณนิภา จันทรทัต