Cholesterol

เขียนโดย Admin on . Posted in สุขภาพ

Cholesterol คืออะไร คือสารไขมันคล้ายขี้ผึ้ง ที่อยู่ในหลอดเลือด และมีอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย


cholesterol จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย เพราะทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ในร่างกาย และเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮอร์โมนบางชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย

 

Cholesterol มาจากไหน

 
  • ตับ ตับของร่างการผลิต cholesterol ได้ประมาณ 100 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 75% ของ cholesterol ในร่างกาย สร้างขึ้นที่ตับ
  • อาหาร ถ้ารับประทานอาหารที่มี cholesterol สูงจำนวนมาก จะเกิดการสะสม โดยเฉพาะที่หลอดเลือด เป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง

ประโยชน์ของ Cholesterol

 
  • ประโยชน์ต่อเซลล์ของร่างกาย เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเยื่อหุ้มเซลล์ 90% ของ cholesterol ในร่างกายใช้เพื่อการนี้ โดยพบมากในสมอง ไขสันหลัง และตับ หากร่างกายขาดสิ่งนี้เยื่อหุ้มเซลล์จะแห้ง ฉีกขาดง่ายหรือเซลล์ตายได้
  • ประโยชน์ต่อระบบเซลล์ประสาท ร้อยละ 90 ของเซลล์ประสาทคือเซลล์ใยประสาท ซึ่ง cholesterol มีผลดีต่อเซลล์เหล่านี้
  • ประโยชน์ต่อสมอง ร้อยละ 12 ของสมอง คือไขมันซึ่งมี cholesterol รวมอยู่ด้วย หากขาด สมองจะไม่สามารถควบคุมการทำงานได้
  • ประโยชน์ต่อระบบฮอร์โมน เพื่อใช้ในการสังเคราะห์ฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อต่างๆ
  • ประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร cholesterol ช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำดีออกมา น้ำดีทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมวิตามินที่ไม่สามารถละลายได้ในน้ำ เช่นวิตามิน A, D, E, K

ผลเสียของ Cholesterol

  • ผลเสียต่อหลอดเลือด เมื่อหลอดเลือดมี cholesterol อยู่มาก เลือดจะเข้มข้นและหนืดขึ้นกว่าปกติ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ผลต่อไปคือ cholesterol จะตกตะกอนไปเคลือบผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งจนถึงตีบตัน
  • ผลเสียต่อหัวใจ เนื่องจาก cholesterol แซกซึมในหลอดเลือดหัวใจไม่ได้ ถ้าตะกอนในหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดใหญ่ เกิดอุดตันหรือแตก ก็จะเกิดภาวะหัวใจวาย
  • ผลเสียต่อสมอง เป็นรูปแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นที่หัวใจ หากหลอดเลือดในสมองอุดตัน ความดันที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้หลอดเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิต
  • ผลเสียต่อถุงน้ำดี ปริมาณ cholesterol ที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดก้อนนิ่วในถุงน้ำดี จากการตกผลึกของกรดน้ำดี
  • ผลเสียต่อส่วนอื่นๆ ของร่างกาย cholesterol ที่เพิ่มสูงมากเกินไปในกระแสเลือดย่อมส่งผลต่อทุกๆส่วนของร่างกาย เนื่องจากระบบเลือดแผ่กระจายไปทั่วร่างกาย เช่นในผู้ที่เป็นเบาหวาน อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่นเบาหวานขึ้นตา เกิดอาการตามัว ตาพล่า มองเห็นไม่ชัด หรือทำให้ไตเสื่อมเกิดภาวะไตวายได้

ชนิดสำคัญของ Cholesterol

  • L D L Cholesterol เป็นไขมันตัวร้าย ถ้าสะสมอยู่ในหลอดเลือดมาก จะจับตัวที่ผนังหลอดเลือดจนพอกหนา เรียกว่า พลัค (plaque) ทำให้หลอดเลือดตีบตัน เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง
  • H D L Choleserol เป็นไขมันตัวดี ที่จะนำไขมันตัวร้าย ออกจากกระแสเลือดเข้าสู่ตับ เพื่อกำจัดทิ้ง ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือด

สาเหตุของ Cholesterol สูง

  1. พฤติกรรมการบริโภค กินอาหารที่มี cholesterol สูง และไขมันอิ่มตัวมาก
  2. ขาดการออกกำลังกาย
  3. เครียด ความเครียดจะกระตุ้นตับ ให้สังเคราะห์ cholesterol มากขึ้น
  4. กรรมพันธุ์
  5. โรคที่เกี่ยวกับการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism)
  6. ยาบางชนิด เช่น สเตอร์รอยด์

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ไขมันตัวร้าย L D L ในเลือดสูง

 
  1. อายุ ชายเกิน 45 ปี หญิงเกิน 55 ปี
  2. คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดก่อนวัยที่ควร ชาย 55 ปี หญิง 65 ปี
  3. ความดันโลหิตสูง (140/90 มม. หรือมากกว่า)
  4. เบาหวาน
  5. สูบบุหรี่
  6. ค่าไขมันตัวดี H D L ต่ำ

เกณฑ์ระดับ Cholesterol ที่เหมาะสม

Cholesterol รวม

ควรน้อยกว่า 200 มก.

L D L ไขมันตัวร้าย

- ถ้ามีภาวะโรคหัวใจหรือเบาหวาน

ควรน้อยกว่า 100 มก.

- ไม่มีภาวะโรคหัวใจหรือเบาหวานแต่มีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป

ควรน้อยกว่า 130 มก.

- ไม่มีภาวะโรคหัวใจหรือเบาหวานมีปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่า 2 ข้อ

ควรน้อยกว่า 160 มก.

   H D L ไขมันตัวดี

ในชาย ควรมากกว่า 40 มก.

   H D L ไขมันตัวดี

ในหญิง ควรมากกว่า 50 มก.

วิธีการควบคุม Cholesterol

  1. ควบคุมอาหาร
    • หลีกเลี่ยงอาหารที่มี cholesterol สูง เช่นอาหารทะเล พวกหมึก กุ้ง โดยเฉพาะหัวกุ้ง มันกุ้ง ปูและมันปู หอยรางรม จำพวกเครื่องในสัตว์ สมอง ตับ ไข่แดงและผลิตภัณฑ์จากไข่แดง
    • เลี่ยงอาหารไขมันอิ่มตัว เช่นไขมันสัตว์ หนังสัตว์ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันมาก หมูสามชั้น เนย ขนมเบเกอรี่ ไอศครีม เนื้อสัตว์แปรรูป เช่นไส้กรอก แฮม กุนเชียง หมูยอ ไขมันอิ่มตัวจากพืชบางชนิด เช่นน้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว กะท
    • เลี่ยงอาหารไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากไขมันพืชที่นำมาดัดแปลงโดยการเติมไฮโดรเจนเพื่อให้ไขมันแข็งตัว เช่นเนยเทียมหรือมาร์การีน ผลิตภัณฑ์จากไขมันพืชประเภท "Hydrogenated" เนื่องจากผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน เช่นขนมเบเกอรี่ พวกขนมปังกรอบ คุกกี้ หรือพวกมันฝรั่งทอด ไก่ทอด ที่ใช้น้ำมันพืชชนิดนี้ รวมทั้งอาหารกรุบกรอบ (Snacks food ) ยิ่งไขมันดัดแปลงมีความแข็งตัวมาก ก็ยิ่งก่อความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดได้มาก

    อาหารที่ควรรับประทาน.-

    1. เนื้อปลา ปลาทะเล เนื้อสัตว์ไขมันน้อย เต้าหู้ถั่วเหลืองซึ่งเป็นโปรตีนจากพืช
    2. อาหารที่มีเส้นใยสูง พวกข้าวซ้อมมือ เมล็ดธัญพืช เช่นลูกเดือย ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต
    3. นมพล่องมันเนยหรือนมขาดมันเนย แทนนมสดที่มีไขมันเต็มส่วน
    4. ควรปรุงอาหารด้วยวิธีนึ่ง ต้ม อบ ยำ ในกรณีที่มีการทอด เจียว ควรใช้น้ำมันพืช เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด มันมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดทานตะวัน
    5. หลีกเลี่ยงอาหารกะทิ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำมันปาล์ม เช่นครีมเทียมให้เลือกประเภทที่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันถั่วเหลือง
  2. ออกกำลังกาย

    การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่ม H D L ซึ่งเป็นไขมันดี และลด L D L ซึ่งเป็นไขมันร้าย
    • ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 20-30 นาที สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
    • ควรมีการ warm up 5-10 นาที
    • อย่าหักโหม และหลีกเลี่ยงประเภทที่มีแรงกระแทกต่อข้อต่างๆ ออกกำลังกายชนิดต่อเนื่อง ไม่วิ่งๆ หยุดๆ จะเป็นผลดีต่อหัวใจมากกว่า
    • ควรมีการ cool down ประมาณ 5-10 นาที

    การออกกำลังกายที่ดีที่สุด ที่จะเพิ่มสมรรถนะของปอดและหัวใจ เช่นการเดิน จ๊อกกิ้ง เต้นรำ ว่ายน้ำ แอร์โรบิก โยคะ ฯลฯ

  3. ลดความเครียด

    เมื่อเกิดภาวะเครียด ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับภาวะเครียดจะส่งสัญญาณให้เซลล์ไขมันในร่างกาย ปล่อยกรดไขมันเข้าสู่กระแสเลือดเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นพลังงานเพิ่มเติมสำหรับใช้เคลื่อนไหวร่างกาย นอกจากนั้นยังมีการหลั่งไขมันไตรกลีเซอร์จากตับ ไขมันจำนวนมากในกระแสเลือดจึงเปลี่ยนเป็น cholesterol ได้ง่าย

    แนวทางการลดความเครียด.-
    • กินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่
    • ออกกำลังกาย และพักผ่อน อย่างเหมาะสม
    • ทำกิจกรรมคลายเครียด เช่นปลูกต้นไม้ ฟังเพลง
    • มองโลกในแง่ดี คิดบวก ยอมรับความเป็นจริง
    • อารมณ์ขัน การหัวเราะร่างกายจะผลิตฮอร์โมน "ความสุข" ที่เรียกว่า Endophine ออกมา
    • การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือนวดคลายเครียด
    • การฝึกหายใจ หรือทำสมาธิ
  4. การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    • โรคอ้วนเป็นผลมาจากการไม่สมดุลย์ของการรับและการใช้พลังงานอย่างสะสม ผลของโรคอ้วนนำไปสู่ภาวะไขมันในเลือดสูง ทำให้ระดับ L D L ในเลือดสูง และ H D L ต่ำ ซึ่งสภาวะปกติจะกลับคืนได้เมื่อลดน้ำหนักลง
    • การลดปริมาณพลังงานในอาหาร โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย เลี่ยงอาหารที่มี cholesterol และไขมันอิ่มตัวสูง เพิ่มอาหารเส้นใยพืช บวกกับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ
  5. การใช้ยาลด cholesterol

    กำลังหมายถึงยาในกลุ่ม Statin เช่น Simvastatin

    • ยาในกลุ่ม statin มีฤทธิยับยั้งการสร้าง cholesterol เพิ่มขีดความสามารถของร่างกายในการกำจัด L D L จากกระแสเลือดโดยนำไปสู่ตับ ตับจะทำให้ L D L แตกตัวเล็กลง และขับออกจากร่างกายในที่สุด
    • ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากหากใช้นานๆ อาจทำให้ตับอักเสบได้

สรุป

  • cholesterol เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และสภาวะหัวใจวาย
  • cholesterol มีมากในไขมันสัตว์ เนย เครื่องในสัตว์ หนังสัตว์ ไข่แดง อาหารทะเล
  • ลด cholesterol โดยบริโภคอาหารที่มี cholesterol ไม่เกินวันละ 300 มก. ลดอาหารที่มาจากไขมันพืชซึ่งเป็นกรดไขมันอิ่มตัว เช่นน้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว กะทิ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และลดความเครียด ทำให้ cholesterol ในเลือดลดลงได้
  • ในกรณีที่ต้องใช้ยาลด cholesterol ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์