กินก็กินไม่มากแล้วอ้านได้อย่างไร

เขียนโดย Admin on . Posted in สุขภาพ

กินก็กินไม่มาก แล้วอ้วนได้อย่างไร คำถามที่ค้างคาใจหญิงสาวเกือบค่อนโลก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเทคนิคการกินเพื่อลดน้ำหนัก ที่ปฏิบัติอย่างเห็นผล

รายงาน ทางการแพทย์หลายฉบับพูดถึง ผลของการเคี้ยวช้าๆ จึงขอยกเรื่องการเคี้ยวช้าๆ มาขยายความต่อสักหน่อย ทราบไหมครับว่ารายงานจากสหรัฐพบว่า โดยทั่วไปคนใช้เวลาเฉลี่ยในการกินอาหารแต่ละมื้อเพียง 11 นาที และหากเลือกศึกษาเฉพาะมื้อเช้าและมื้อเที่ยงพบว่า บางครั้งใช้เวลาเพียง 2 นาที โอ้ จอร์จ จะรีบไปไหนกันนี่

 

 

ในงานวิจัยเกี่ยวกับคนอ้วน พบว่า คนอ้วนส่วนมากมีพฤติกรรมกินเร็ว และก็เลยส่งผลให้กินมาก แล้วไม่รู้สึกอิ่ม และหลายงานวิจัยยืนยันว่า หากปรับพฤติกรรมคนอ้วนให้กินช้าลง สามารถลดน้ำหนักลงได้ เช่นรายงานฉบับหนึ่งทำในเด็กอ้วน ในรร. ที่อังกฤษ พบว่า สามารถลดน้ำหนักลงได้ 20 ปอนด์ในแปดเดือน หากปรับการกินให้ช้าลง

 

โอ้ พระเจ้า! อะไรจะปานนั้น แค่เคี้ยวข้าวนี่นะทำให้น้ำหนักลดลงได้เหมือนไปออกกำลังเลย ในหากลองค้นกูเกิ้ลด้วยคำว่า “เคี้ยวช้า” ก็จะพบคำแนะนำมากมาย บ้างก็แนะนำว่า เคี้ยว 50 ครั้งบ้าง เคี้ยวเท่าอายุบ้าง อะไรเป็นกลไกที่ทำให้เกิดสิ่งเหล่านั้นขึ้น

 

อันนี้ก็ต้องอธิบายแบบประมวลความรู้ให้เห็นตามหลัก อิทัปปัจจยตา ว่าเหตุทั้งหลายล้วนมีที่มาที่ไปไม่ได้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่เป็นแน่แท้ แน่นอนว่าการกินเร็วไม่ได้เป็นความผิดบาป ที่ทำให้ต้องอ้วนเป็นการชดใช้กรรม และพอจะอนุมานได้ว่า

 

เมื่อเราจะกินอาหาร กลิ่น รสที่เราสัมผัส จะกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหารขึ้น มา ความรู้สึกนี้ก็ส่งสัญญาณต่อไปยังระบบฮอร์โมนให้ปล่อยสาร อินสุลิน โดยเจ้าสารนี้มีหน้าที่ช่วยเอาน้ำตาลเข้าไปในเซลและเผาผลาญเป็นพลังงาน ทีนี้ธรรมชาติของมนุษย์เมื่อทำตามระบบ ก็คือต้องเคี้ยวนานพอที่จะให้น้ำลายสามารถย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลเมื่อกลืนลง ไปก็จะดูดซึมน้ำตาล พอดีเวลากับอินสุลิน ที่หลั่งออกมา สันติสุขก็บังเกิด เพราะเสร็จสมอารมณ์หมายทุกขั้นตอน คนกินก็อิ่มยิ้มหวานและเป็นสุข

 

ทีนี้หากกินแบบเร็วๆ ไม่เคี้ยวและกลืน อาหารทั้งก้อนก็ถูกส่งไปกระเพาะ โห ลงมาชิ้นใหญ่ ในขณะที่ อินสุลินก็หลั่งออกมารอน้ำตาลเป็นทิวแถว แต่กระเพาะก็ใช้เวลานานเป็นชั่วโมงย่อยอาหารให้ ชิ้นเล็กลงด้วยกรด แต่ที่แย่กว่านั้นคือไม่มีน้ำย่อยสำหรับย่อยแป้งเลยทำให้ อินสุลินออกมารอเก้อ รอนานชักโกรธ (Insulin resistant) ก็เลยส่งสัญญาณแปลได้ว่า

“ไม่มีน้ำตาล เรากำลังอด แย่แล้ว”

 

พอโวยวายได้สักพัก อาหารก็ ถูกส่งผ่านไปลำไส้เล็กตอนต้น ทีนี้เริ่มย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลได้แล้ว แต่ความโกรธไม่เคยปราณีใคร น้ำตาลที่ดูดซึมจึงถูกอินสุลินสั่งให้เอาไปเก็บ แปลงเป็นไขมันสะสมทันที เพราะเข้าใจผิดว่า เรากำลังอด ดังนั้นจะเห็นว่าคนอ้วน ที่กินเร็ว จะพูดเสมอว่า

 

“ไหง กินนิดเดียว แล้วอ้วน ได้ไงเนี่ย”

 

และ พบว่า แม้กินเข้าไปแล้ว ก็ไม่รู้สึกอิ่มเท่ากับพวกที่เคี้ยวช้าๆ ก็เลยพาลจะกินมากขึ้น หรือบางทีจะรู้สึกว่าอยากกินของ หวานตบท้าย ให้รู่สึกสดชื่น แต่ล้วนแต่เป็นหายะนะกับชีวิตทั้งสิ้น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดัน เลยตามมาเป็นเพื่อนสนิทของเราจนวันสุดท้ายของชีวิต

 

นอกจากขับรถช้าๆ ทำให้ไม่ตายเร็วแล้ว เคี้ยวช้าๆ ก็ทำให้อายุยืนขึ้นด้วย แต่ขอย้ำว่าไม่ใช่เคี้ยวเอื้อง หรือ เคี้ยวหญ้าอ่อนแต่อย่างใด

 

อุดมปัญญา และเป็นสุข